วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

คุณค่าจากการทานผลไม้ทั้งเปลือก

ผลไม้เพื่อสุขภาพ

คุณค่าจากการทานผลไม้ทั้งเปลือก (Woman's Story)

          เปลือกผลไม้นั้น มีประโยชน์มากมายต่อร่างกายของเรา ดังนั้นใครที่ทานผลไม้แบบปอกเปลือกควรเปลี่ยนความคิดใหม่ซะ เพื่อประโยชน์สำหรับร่างกายของคุณเอง

          เปลือกแอปเปิ้ล สามารถต้านมะเร็ง โดยผลของแอปเปิ้ลแดง 1 ผล มีสารต้านอนุมูลอิสระเทียบเท่าวิตามินซี 820 มิลลิกรัม

          เปลือกมันฝรั่ง อุดมไปด้วยใยอาหาร (Fiber) ธาตุเหล็ก, โปแตสเซียม และวิตามินบี มากกว่าที่ได้จากเนื้ออีก

          ผิวส้ม มะนาว หรือมะกรูด มีสารดี-ไลโมนีน, เทอปีน เฮสเพอริดีน, คูมารินและแคโรทีนอยด์ ซึ่งช่วยป้องกันการตกเลือดโดยลดความเปราะของเส้นเลือด ช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย และช่วยต้านอนุมูลอิสระซึ่งดีต่อสุขภาพ





ขอขอบคุณข้อมูลจาก

------------------------------------------------------------------------------------
ติดตามเราเป็นเพื่อนเฟสบุค https://web.facebook.com/SmoothEThai/
ติดตามเราเป็นเพื่อนทางไลน์ http://line.me/ti/p/%40morya
สนใจสินค้าสุขภาพและความงาม http://www.moryanaresuan.com/

อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง

อาหารบำรุงตับ

        อาหารบำรุงตับพร้อมด้วยสมุนไพรบำรุงตับ ไม่ต้องรอให้เสี่ยงโรคตับแข็ง หรือโรคตับอักเสบ เพราะเราสามารถบำรุงตับให้แข็งแรง ไม่เสี่ยงโรคตับด้วยอาหารเหล่านี้

        ต้องบอกเลยว่าถ้าตับทำงานผิดปกติขึ้นมาเมื่อไร โรคภัยต่าง ๆ นานาจะมารุมเร้าคุณทันที และเผลอ ๆ การที่ตับอ่อนแอ ก็อาจจะเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากขึ้นได้ เพราะตับเป็นอวัยวะชิ้นเดียวและเป็นหลักในการทำงานของร่างกายหลาย ๆ ส่วน ทั้งช่วยคัดกรองสารพิษที่เข้าสู่ร่างกาย สร้างน้ำดี ผลิตฮอร์โมนหลายชนิด ควบคุมการเผาผลาญ และอีกสารพัดหน้าที่ 

        ฉะนั้นก่อนที่จะตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อโรคตับ เราควรบำรุงดูแลตับให้แข็งแรง ซึ่งทางหนึ่งที่จะสามารถเสริมกำลังให้ตับแข็งแรงได้ ก็คือการรับประทานอาหารและสมุนไพรดังต่อไปนี้

อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง

1. กะหล่ำปลี
        สำหรับคนที่กินยาเป็นประจำ และต้องเผชิญกับมลภาวะตามท้องถนนจนอาจเสี่ยงต่อโรคตับพิการ กะหล่ำปลีจะช่วยเพิ่มสารกลูต้าไธโอน ที่มีคุณสมบัติล้างพิษจากควันไอเสียและยาได้ 

อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง

2. ลิ้นจี่

        ลิ้นจี่อุดมไปด้วยโปรตีน ไขมัน กลูโคส ซูโครส วิตามินเอ, บี, ซี และกรดซิตริก โดยตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน ลิ้นจี่ถือว่ามีฤทธิ์อุ่น ช่วยบำรุงตับและบรรเทาอาการตับอักเสบได้ 

        แต่ทั้งนี้ผู้ที่มีอากาคอแห้ง เจ็บคอ ปวดฟัน หรือท้องผูกก็ไม่ควรกินลิ้นจี่ในปริมาณมาก เนื่องจากลิ้นจี่มีฤทธิ์อุ่น ซึ่งอาจทำให้อาการเหล่านี้ทวีคูณขึ้นนะคะ
อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง

3. แครอท

        แครอทเป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามินหลากชนิด ทั้งวิตามินเอ, บี 1,​ บี 2,​ ซี, ดี และวิตามินเค รวมทั้งกรดโฟลิก ฟอสฟอรัส โซเดียม โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก สังกะสี และทองแดง อีกทั้งในศาสตร์แพทย์แผนจีนยังนับแครอทเป็นอาหารที่มีฤทธิ์อุ่น ช่วยบำรุงตับ บำรุงเลือด และช่วยแก้อาการอาหารไม่ย่อยได้ด้วย

อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง
4. เกรปฟรุต
        ผลไม้ชนิดนี้อุดมไปทั้งวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็น 2 ตัวช่วยสำคัญในการล้างพิษในตับและลดความเสี่ยงโรคมะเร็งตับ โดยเราสามารถรับประทานเกรปฟรุตสด ๆ หรือจะนำเกรปฟรุตไปคั้นน้ำดื่มก็ได้

อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง
5. บีทรูท

        สารฟลาโวนอยด์จากพืชอย่างบีทรูทคือสิ่งที่ตับต้องการไปบำรุงและฟื้นฟูตัวเอง ซึ่งในบีทรูทก็มีสารฟลาโวนอยด์ชนิดนี้ค่อนข้างสูง จึงนับเป็นพืชผักที่ช่วยบำรุงการทำงานทุกภาคส่วนของตับได้ดีเลยทีเดียว

อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง

6. ผักใบเขียว

        ผักโขม ผักกาดหอม รวมถึงผักใบเขียวชนิดอื่น ๆ มีคุณสมบัติป้องกันการเกิดโลหะหนักในตับ และชะล้างสารเคมีที่สะสมอยู่ในตับ โดยเฉพาะสารเคมีประเภทยาฆ่าแมลงที่ร่างกายมักจะได้รับจากการบริโภคอาหาร แต่ทั้งนี้เราก็ควรเลือกรับประทานผักที่ปลอดสารพิษจริง ๆ ด้วยนะคะ

อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง

7. ชาเขียว

        ชาเขียวขึ้นชื่อว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระล้นเหลืออยู่แล้ว ซึ่งก็แน่นอนว่าชาเขียวจะต้องมีสรรพคุณช่วยบำรุงการทำงานของตับ และป้องกันการเกิดโรคมะเร็งตับได้อย่างไม่ต้องสงสัย

อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง

8. อะโวคาโด

        นอกจากกรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 ที่มีอยู่ในอะโวคาโดแล้ว กลูต้าไธโอนยังเป็นไม้เด็ดของอะโวคาโดที่ตับต้องการมาบำรุงดูแลตัวเองอีกด้วย โดยอะโวคาโดจะช่วยล้างพิษสะสมในตับ และช่วยลดโอกาสเกิดโลหะหนักสะสมในตับด้วย

อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง

9. ผักประเภทหัว

        นอกจากกะหล่ำปลีแล้ว ยังมีบรอกโคลี มันเทศ ที่มีกลูโคซิโนเลต (Glucosinolate) สารอาหารที่หาได้จากพืชผัก ปัจจัยสำคัญที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นให้ตับผลิตเอนไซม์ต่อต้านสารพิษ และเอนไซม์ช่วยย่อย และเมื่อระบบย่อยอาหารทำงานได้เป็นปกติ ก็ถือว่าตับได้ล้างสารพิษออกจากตัวเองด้วยเช่นกัน

  อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง

10. วอลนัท


        สิ่งที่ตับต้องการจากวอลนัทคือกรดไขมันโอเมก้า 3 และกลูต้าไธโอน ตัวช่วยสำคัญในกระบวนการขับสารพิษออกจากตับ ช่วยบำรุงการทำงานของตับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

        ซึ่งนอกจากอาหารบำรุงตับแล้ว เรายังมีสมุนไพรบำรุงตับมาฝากด้วยกันถึง 5 ชนิด ตามนี้เลย

อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง

1. เห็ด

        เห็ดมีคุณสมบัติช่วยล้างสารพิษ ลดไขมันที่สะสมอยู่ในตับและกระแสเลือด อีกทั้งยังช่วยต้านการก่อตัวของเซลล์มะเร็งร้าย ต้านอนุมูลอิสระ การเกิดซีสต์ ถุงน้ำ และเนื้องอก ทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดขาวได้อีกต่างหาก     

        โดยการกินเห็ดเพื่อบำรุงตับอาจนำเห็ด 3 ชนิดขึ้นไปมาปรุงเป็นซุปเห็ดเพื่อสุขภาพ หรือจะใส่สาหร่ายทะเลเพิ่มรสชาติเข้าไปด้วยก็จะยิ่งดี
   
อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง

2. ขมิ้นชัน 


        ถ้าต้องการขับพิษสะสมในตับ ขมิ้นชันคือคำตอบที่ตรงประเด็น ซึ่งนอกจากจะช่วยขับพิษสะสมในตับแล้ว สรรพคุณของขมิ้นชันยังช่วยบำรุง ฟื้นฟู และล้างสารพิษออกจากตับได้ โดยสามารถเลือกกินขมิ้นชันชนิดแคปซูลบรรจุผงสกัดในเวลาก่อนนอน และเพื่อการบำรุงตับอย่างมีประสิทธิภาพ ควรกินขมิ้นชันในปริมาณ 5,000-8,000 มิลลิกรัมต่อวัน 

อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง

3. เก๋ากี้

        เก๋ากี้อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน กรดกำมะถัน เอมีน แคลเซียม ธาตุเหล็ก วิตามินอี และวิตามินบี 2 ซึ่งมีส่วนในการเสริมภูมิต้านทานโรค เพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาว ลดน้ำตาลและไขมันในเลือด ป้องกันไขมันพอกตับ ช่วยให้ตับทำงานดีขึ้น 

        ทั้งนี้ก็สามารถกินเก๋ากี้ได้หลายรูปแบบ ทั้งต้มดื่มเป็นน้ำชา ปรุงเป็นโจ๊ก หรือนำไปเป็นส่วนผสมในเครื่องแกง ต้มจืด และเครื่องตุ๋น เป็นต้น

อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง

4. กระเทียม

        กระเทียมมีสรรพคุณกระตุ้นให้ตับผลิตเอนไซม์ตัวที่ช่วยขับสารพิษออกไป อีกทั้งกระเทียมยังมีอัลลิซิน (Allicin) และซีลีเนียม (Selenium) สององค์ประกอบสำคัญจากธรรมชาติที่จะช่วยดีท็อกซ์สารพิษสะสมในตับ

 อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง

5. มะขามป้อม
        มะขามป้อมอุดมไปด้วยวิตามินซีมากกว่าแอปเปิลถึง 160 เท่า ! ซึ่งวิตามินซีในมะขามป้อมจะช่วยรักษาอาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ป้องกันการเกิดพิษโลหะหนักในตับ และลดความเสี่ยงโรคมะเร็งตับได้ 

        นอกจากควรต้องกินอาหารและสมุนไพรบำรุงตับแล้ว เรายังต้องใส่ใจพฤติกรรมการบริโภคของตัวเองด้วย เช่น หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์เพื่อลดความเสี่ยงโรคตับแข็ง ลดอาหารประเภทไขมัน และลดกินเค็ม เพื่อไม่ให้ตับต้องเสี่ยงต่อภาวะไขมันสะสม และลดอาการบวมด้วยนะคะ   
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ศูนย์วิจัยแบคทีเรียและไวรัส มหาชัย โดย ดร.ยอดยิ่ง เทพธรานนท์, Huffington 
------------------------------------------------------------------------------------
ติดตามเราเป็นเพื่อนเฟสบุค https://web.facebook.com/SmoothEThai/
ติดตามเราเป็นเพื่อนทางไลน์ http://line.me/ti/p/%40morya

สนใจสินค้าสุขภาพและความงาม http://www.moryanaresuan.com/

ทานผัก-ผลไม้แก้หิว ลดโรคซึมเศร้า

อาหารเพื่อสุขภาพ

ผัก-ผลไม้แก้หิว (woman plus)

          จากผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน วารสาร British Journal of Psychiatry เมื่อเร็ว ๆ นี้พบว่า ผู้ที่กินของหวาน อาหารประเภททอด เนื้อสัตว์ผ่านการปรุง ธัญพืชขัดขาว และผลิตภัณฑ์ที่อุดมไปด้วยไขมัน จะมีอาการซึมเศร้ามากกว่าผู้ที่จำกัดการกินอาหารประเภทดังกล่าว 

          การศึกษานี้ได้มีการทดลองกับผู้หญิงและผู้ชายจำนวน 3,500คน เพราะฉะนั้น ทางเลือกที่ฉลาดสำหรับผู้ที่ต้องการมีสุขภาพดีก็คือ เลือกกินผักหรือผลไม้ในยามที่หิว แทนอาหารประเภทที่อุดมไปด้วยไขมันต่าง ๆ ข้างต้น 

          ดร.Tasnime N. Akbaraly ผู้นำทางด้านการศึกษาในเรื่องนี้กล่าวว่า สารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในผักและผลไม้ รวมทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่อยู่ในปลา มีส่วนช่วยลดอัตราการเสี่ยงของการเป็นโรคซึมเศร้า เช่นเดียวกับโฟเลต วิตามินบีที่พบได้ในผักสีเขียวเข้ม อาทิ ผักโขม ถั่ว และผลไม้จำพวกส้ม หรือมะนาว เหล่านี้ล้วนส่งผลต่อสารสื่อประสาทที่มีผลกระทบต่ออารมณ์ของคนทั้งสิ้น





ขอขอบคุณข้อมูลจาก


------------------------------------------------------------------------------------
ติดตามเราเป็นเพื่อนเฟสบุค https://web.facebook.com/SmoothEThai/
ติดตามเราเป็นเพื่อนทางไลน์ http://line.me/ti/p/%40morya
สนใจสินค้าสุขภาพและความงาม http://www.moryanaresuan.com/

มะเขือเทศ...เสน่ห์เหลือร้าย

มะเขือเทศ

มะเขือเทศ...เสน่ห์เหลือร้าย (Momypedia)
โดย: มัณฑนา
 
          สวย อร่อย อุดมวิตามิน สโลแกนเค้าล่ะ
 
          "เล่นเอาทั้งความสวยความดีประจำตัวมามัดใจ โกยคะแนนคนกินไปเสียหมดอย่างนี้ แล้วจะไม่ให้บรรดาพรรณพืชด้วยกันอิจฉายายมะเขือเทศตัวแดงนี้ได้ยังไง"

          ลองนึกเล่น ๆ นะคะว่าถ้าให้เลือกพืชผักผลไม้ยอดนิยมในใจขึ้นมาสักอย่างหนึ่ง ตัวเองก็คงยกคะแนนเทใจให้กับ "มะเขือเทศ" ตัวกลม ๆ สีแดงสวยที่หมู่เพื่อน ๆ ตาร้อนใส่นี่แหละค่ะ 

          ไม่ใช่เพราะว่าทั้งหน้าทั้งหุ่นคล้ายมะเขือเทศหรอก แต่ความดีในตัวเจ้ามะเขือเทศนี่มีมากโขต่างหากล่ะ ที่เข้าเส้นชัยชนะใจเราขาดลอย 

          เรื่องรสชาติจัดจ้านและสีสันแดงเด่นอันนี้คงไม่ต้องพูดถึง แต่คุณสมบัติในตัวซึ่งซุกซ่อนอยู่ที่ได้รู้มานี่สิน่าสนใจกว่ากันเยอะ เริ่มตั้งแต่อุดมไปด้วยวิตามินตัวสำคัญไม่ว่าจะเป็น วิตามินเอที่บำรุงสายตา และผิวพรรณให้สวยสดใสวิตามินบีซึ่งช่วยให้ระบบต่าง ๆ ภายในตัวของเราไม่เกเรยอมทำงานได้เป็นปกติ และวิตามินซีช่วยป้องกันต้านโรคร้ายต่าง ๆ ที่จะมารังแก ทำให้ไม่นอนซมเป็นไข้ไม่สบายบ่อย ๆ แถมแคลอรีก็น้อย กินได้คล่องปากสบายใจ ไม่มีเรื่องของไขมันและน้ำหนักตัวมาทำให้หวาดหวั่น 


มะเขือเทศ


          แต่ที่เด็ดกว่านั้นก็คือมีการค้นพบทางการแพทย์ว่า ถ้าหมั่นใช้บริการ กินมะเขือเทศบ่อย ๆ เป็นประจำ จะเป็นทางหนึ่ง ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกคุกคามของเจ้ามะเร็งตัวร้ายให้ลดน้อยลงได้ เพราะมีสาร "ไลโคฟีน" ตัวแอนตี้ออกซิแดนท์ต้านมะเร็ง เหมือนกับเบต้าแคโรทีนที่เราคุ้นชื่อกันดี แต่ไลโคฟีนซึ่งพบมากที่สุดในมะเขือเทศลูกแดง ๆ นี้มีฤทธิ์มากกว่าคุณเบต้าฯ ตั้ง 2 เท่าเลยเชียวนะ ... ว้าว!! 

          มีให้กินตลอดปี ราคาเป็นมิตรกับเงินในกระเป๋า จะเอามานึ่ง-ต้ม-ตุ๋น-ทอด เมนูไหนสไตล์อะไรก็ได้ทั้งนั้น แล้วจะไม่ไห้หลงรักเลือกมะเขือเทศเป็นขวัญใจได้ไงกัน 

          เสน่ห์เหลือร้ายออกอย่างนี้...ไม่โดนใจกันบ้างก็เกินไปล่ะ


ขอขอบคุณข้อมุลจาก

------------------------------------------------------------------------------------
ติดตามเราเป็นเพื่อนเฟสบุค https://web.facebook.com/SmoothEThai/
ติดตามเราเป็นเพื่อนทางไลน์ http://line.me/ti/p/%40morya
สนใจสินค้าสุขภาพและความงาม http://www.moryanaresuan.com/

ประโยชน์น้ำมันรำข้าว

น้ำมันรำข้าว


ประโยชน์น้ำมันรำข้าว (ภาพยนตร์บันเทิง)

          กำลังฮอตและฮิตติดตลาดสำหรับอาหารเสริมน้ำมันรำข้าว มีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินอี น้ำมันรำข้าวมีประโยชน์มาก อยู่ในเยื่อหุ้มเมล็ดข้าว และจมูกข้าว (Rice Germ) จึงอุดมด้วยสาระสำคัญทางธรรมชาติ และมีคุณค่าสูงต่อร่างกายหลายชนิด เช่น

           กลุ่มสารฟอสโฟไลฟิด (Phosp holipids) เช่น เลซิติน (Lecithin) เซฟฟาลิน (Cephalin) ไลโซเลซิติน (Lysolecithin) ซึ่งมีความสำคัญในการนำไปสร้าง และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของเซลล์ประสาทสมอง และช่วยป้องกันเซลล์ประสาท จากสารที่เป็นพิษและอนุมูลอิสระต่าง ๆ ช่วยลดความเครียด และช่วยเสริมสร้างในด้านความจำ

           กลุ่มเซราไมด์ (Ceramide) ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของชั้นใต้ผิวหนัง ช่วยทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นการเสริมสร้างเซราไมด์ให้เพียงพอ ทั้งโดยการรับประทานหรือการให้ทางผิวหนังในรูปการทาครีม หรือโลชั่น จะช่วยรักษาผิวพรรณให้สดใสเปล่งปลั่ง ปราศจากริ้วรอยย่นก่อนเวลาอันควร นอกจากนี้เซราไมด์ยังมีคุณสมบัติเป็น ไวท์เทนเนอร์ (Whitener) ซึ่งสามารถยับยั้งการสังเคราะห์เมลานิน อันเป็นสาเหตุให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำบนผิวพรรณได้ดี และยังเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer) ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวอีกด้วย

           กลุ่มคอลโทคอล (Tocols) วิตามินอีธรรมชาติ ในรูปของโทโคเฟอรอล (Tocopherol) และโทโคไทรอีนอล (Tocotrienol) มีประโยชน์ต่อร่างกายในการสร้าง และซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ของร่างกายและยังช่วยทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อโรคต่าง ๆ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็ง

           กลุ่มกรดไขมันไลโนเลอิค (Linoleic Acid) หรือโอเมก้า 6 และ กรดไลโนเลอิค (Linoleic Acid) หรือโอเมก้า 3 ที่เป็นกรดไขมันจำเป็น โดยมีอยู่ประมาณ 33%

           กลุ่มวิตามิน B – Complex ซึ่งช่วยให้การทำงานของระบบประสาทดีขึ้น

           กลุ่มแกมมา – ออไรซานอล มีฤทธิ์ในการลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ทำให้ลดการตีบตันของหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต และยังมีฤทธิ์ในการลดความเครียด และรักษาอาการผิดปกติของสตรีวัยทอง นอกจากนี้ยังเป็นสารอนุมูลอิสระ และยังป้องกันแสงยูวีได้ เมื่อใช้กินหรือใช้ทา ทำให้ผิวหนังชุ่มชื่นและต้านการอักเสบ สารชนิดนี้มีความปลอดภัยสูงมาก




ขอขอบคุณข้อมูลจาก


------------------------------------------------------------------------------------
ติดตามเราเป็นเพื่อนเฟสบุค https://web.facebook.com/SmoothEThai/
ติดตามเราเป็นเพื่อนทางไลน์ http://line.me/ti/p/%40morya
สนใจสินค้าสุขภาพและความงาม http://www.moryanaresuan.com/

แก้ปมท้องผูกด้วยใยอาหาร

อาหารเพื่อสุขภาพ


แก้ปมท้องผูกด้วยใยอาหาร (Lisa)

          หนึ่งในความสุขที่ราคาไม่แพงก็คือการ "ขับง่ายถ่ายคล่อง" ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยยาระบาย เพียงแค่กินใยอาหาร ให้มากพอดีก็พอแล้ว

 รู้จักกับใยอาหาร

          ใยอาหารเป็นคาร์โบไฮเดรตประเภทหนึ่ง ที่ผ่านระบบย่อยอาหารของเราได้โดยไม่ถูกย่อยเป็นสารอาหาร มีทั้งประเภทละลายน้ำ และไม่ละลายน้ำ ใยอาหารจะอยู่ในผัก ผลไม้ และอาหารธัญพืชต่าง ๆ ที่ร่างกายไม่สามารถย่อยได้ การกินใยอาหารมากจะเป็นการบังคับให้เราเคี้ยวให้ละเอียดขึ้น ทำให้รู้สึกอิ่ม และไม่กินมากเกินไปในแต่ละมื้อด้วย

          ใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ ช่วยกระตุ้นการไหลของอาหารในลำไส้ และเพิ่มปริมาตรให้แก่อุจจาระ (จะได้ไม่ออกมาเป็นเม็ดเล็ก ๆ ) ลองมองหาข้าวกล้อง ขนมปังโฮลเกรน ถั่วและผักต่าง ๆ

          ใยอาหารชนิดละลายน้ำ ใยอาหารชนิดนี้ละลายในน้ำกลายเป็นเจลเหลว ๆ ไหลผ่านลำไส้ ทำให้อุจจาระไม่แห้งแข็ง ขับถ่ายง่ายนักแล
 
 กินอย่างไรดี 

          เริ่มต้นในแต่ละวันด้วยอาหารเช้า ลองกินซีเรียลที่ให้ใยอาหารประมาณ 5 กรัมต่อถ้วย แล้วผสมผลไม้สดกับผลไม้แห้งลงไป หรือถ้าชอบอาหารเช้าแบบไทย ๆ ก็ลองเปลี่ยนมากินข้าวกล้องที่มีใยอาหารมากกว่า 3 กรัมต่อถ้วย และอย่าลืมหั่นผักอย่างบร็อคโคลีหรือแครอทเข้าไปผสมด้วยนะคะ
 
 เท่าไหร่ถึงจะพอ 

          ปริมาณที่แนะนำในหนึ่งวันอยู่สำหรับผู้หญิงคือ ควรทานวันละ 21-25 กรัมต่อวัน ส่วนผู้ชายต้องทานเยอะหน่อยที่ 30-38 กรัมต่อวัน
 
 ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว 

          การกินใยอาหารไม่ได้ทำให้การขับถ่ายปกติอย่างเดียวเท่านั้น อาหารที่มีใยอาหารอยู่มากจะช่วยป้องกันโรคริดสีดวงทวาร และโรคติ่งเนื้อในลำไส้ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลโดยรวมเพราะทำให้ LDL ลดลง ช่วยปรับปรุงความดันโลหิต และระดับน้ำตาลในเลือด การกินใยอาหารจึงสำคัญมากสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภท 2 เช่นเดียวกับเราทุกคนที่ต้องการมีสุขภาพดียังไงล่ะคะ


Where’s my FIBER?


 อาหาร น้ำหนัก (กรัม)
 แอปเปิ้ล 1 ผล  4.4
สตรอวเบอร์รี่ 1 ¼ ถ้วย 3.8 
กล้วย 1 ผล  3.1
 ข้าวกล้อง 1 ถ้วย 3.5
 ขนมปังโฮลวีต 1 แผ่น   1.9
 ถั่วดำต้ม หรือนึ่ง 1 ถ้วย  15.0
 อัลมอนด์ 1 ออนซ์ (23 เม็ด)  3.5
 บร็อกโคลี่ต้ม 1 ถ้วย 5.1
 ข้าวโพดหวาน 1 ถ้วย 4.2
 มันฝรั่งอบ 1 ถ้วย  2.9
 แครอต 1 หัว  1.7 





ขอขอบคุณข้อมูลจาก


------------------------------------------------------------------------------------
ติดตามเราเป็นเพื่อนเฟสบุค https://web.facebook.com/SmoothEThai/
ติดตามเราเป็นเพื่อนทางไลน์ http://line.me/ti/p/%40morya
สนใจสินค้าสุขภาพและความงาม http://www.moryanaresuan.com/

ดื่มชา ห่างไกลโรคหัวใจ

เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

ชา จริง ๆ แล้วดีกว่าน้ำ (Lisa)

          แค่เพียงดื่มชาวันละนิด คุณก็จะห่างไกลจากโรคหัวใจได้วันละหน่อย

          ทิ้งความเชื่อผิด ๆ ที่ว่า "ชาจะทำให้เราหิวน้ำ" เพราะงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร European Journal of Clinical Nutrition ชี้ว่า ชาสามารถทำให้เราชุ่มชื้นได้เช่นเดียวกับน้ำ แต่ดีกว่าตรงที่ชามีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยป้องกันโรคหัวใจ และโรคมะเร็งบางชนิดได้ โดยนักวิจัยจาก Kings College London พบหลักฐานว่า การดื่มชา 3-4 ถ้วยต่อวัน จะช่วยลดโอกาสเป็นโรคหัวใจได้จริง

          นอกจากนี้ ชายังมีประโยชน์ในการปกป้องเคลือบฟัน และช่วยไม่ให้ฟันผุ เนื่องจากในชามีฟลูออไรด์ อย่างไรก็ตาม ชาอาจทำให้เราดูดซึมธาตุเหล็กได้น้อยลง คนที่เป็นโลหิตจางหรือคนท้องจึงไม่ควรดื่มระหว่างมื้ออาหาร 

          ทั้งนี้ สำหรับปริมาณน้ำที่ควรดื่มวันละ 1.5-2 ลิตร นักวิจัยแนะนำว่าจะรวมชาเข้าไปในจำนวนนี้ก็ได้เช่นกัน





ขอขอบคุณข้อมูลจาก


------------------------------------------------------------------------------------
ติดตามเราเป็นเพื่อนเฟสบุค https://web.facebook.com/SmoothEThai/
ติดตามเราเป็นเพื่อนทางไลน์ http://line.me/ti/p/%40morya
สนใจสินค้าสุขภาพและความงาม http://www.moryanaresuan.com/